[x] ปิดหน้าต่างนี้




ติดตั้งเน็ตประชารัฐเพิ่ม หมื่นจุด เอื้อเกษตรกร ขายผลผลิตทางออนไลน์ (24 ส.ค. 2562, 19:56) ชมคลิป "ธีราทร" เกมโยโกฮามาบุกสอยนาโกยาคาบ้าน 5-1(24 ส.ค. 2562, 19:45) "บุญยอด"บ่ยั่น ถูก"ไพบูลย์"ขู่ฟ้องหมิ่นประมาท ยัน ไม่ระบุชื่อใคร (24 ส.ค. 2562, 19:45) คดี ส.ท.ดับปริศนา ตัวละครใหม่ เปิดปากบอกเห็นกับตา เรื่อง ชายชุดดำ(24 ส.ค. 2562, 19:44) เผย “พล.ต.อ.พัชรวาท” กระดูกไหปลาร้าแตก หมอ สั่งนอนนิ่งๆ รอดูอาการ(24 ส.ค. 2562, 19:38) นาซา เผยกำลังสืบสวนข้อกล่าวหาอาญา ที่เกิดขึ้นในห้วงอวกาศครั้งแรก (24 ส.ค. 2562, 19:28) โป๊ป เคลียร์ข่าวคู่จิ้นลวงโลก รับระแวงหลังแฟนคลับตามส่องถึงบ้าน(24 ส.ค. 2562, 19:13) "มนัญญา"เตรียมผุดซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ ดึงรายได้กลับสู่เกษตรกร(24 ส.ค. 2562, 19:11) คลับไก่ยังไม่ท้อ จ่อหวนคว้า “ดีบาลา” รอบสองช่วงปีใหม่(24 ส.ค. 2562, 19:10) ส.จ.พัทลุงร่วมชาวบ้าน ยื่นหนังสือ รมช.ศธ. สนับสนุนงบฯจัดซื้อนสพ.รายวัน (24 ส.ค. 2562, 18:55) จับเก๋งหัวร้อนชักปืนขู่ ฉุนโดนบีบแตรใส่ อ้างเสียบกลางเพราะรีบหาห้องน้ำ(24 ส.ค. 2562, 18:49) ธรรมนัส ทำตามสัญญา พะเยาโมเดล ข้าวหอมมะลิ1.8 หมื่นต่อตัน ยางโลละ 65 บ.(24 ส.ค. 2562, 18:47) เดือด ตร.ฮ่องกงยิงแก๊สน้ำตา ปะทะม็อบโยนระเบิดเพลิง ประท้วงสัปดาห์ที่12 (คลิป)(24 ส.ค. 2562, 18:42) ลูกทนไม่ไหว แม่หลงเชื่อ "ดื่มน้ำปัสสาวะรักษาโรค" อ้างเป็นสูตรพระพุทธเจ้า(24 ส.ค. 2562, 18:42) ‘ภูริต’ นำม้วนเดียวจบ ผงาดแชมป์ศึกออดี้ อาร์8 แอลเอ็มเอสคัพ ที่ญี่ปุ่น(24 ส.ค. 2562, 18:40) 5 หมื่นชีวิต ร่วมกิจกรรม วิ่งตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน รำลึก “ป๋าเปรม” (24 ส.ค. 2562, 18:37) สมศักดิ์ศรี "แฝดรติวัฒน์" ผงาดแชมป์ชายคู่ศึกแคล-คอมพ์ฯ(24 ส.ค. 2562, 18:25) ฉก.ยะลา เผย จับมือระเบิด วางเพลิง 4 อำเภอ ชี้ คนร้ายเลือกจุดไร้วงจรปิด(24 ส.ค. 2562, 17:40) สื่อปูดแข้งผีเทใจเลือก “แรชฟอร์ด” ทำหน้าที่สังหารจุดโทษ(24 ส.ค. 2562, 17:30) แฉนางแบบ watermelon ไม่จ่ายค่าแต่งหน้าเป็นปี เจอทวงบอกพรุ่งนี้โอน(24 ส.ค. 2562, 17:30)
เมนูหลัก
link banner
ประวัติพระโอภาสพุทธิคุณ
การพัฒนา_2  
 

opat10

การพัฒนา(2)
ท่านเป็นนักการศึกษา มาตั้งแต่บวชครั้งแรก จะเห็นว่าตามประวัติของท่าน พอเริ่มบวช ก็เร่งศึกษาหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม เริ่มเป็นครูสอนคนมาตั้งแต่ยังเป็นพระหนุ่ม มีความรู้เพียงชั้นประศึกษาปีที่ ๓ และนักธรรมชั้นโท แต่สามารถสอนได้ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๕-๖ และ นักธรรมชั้นเอก ทั้งนี้เพราะว่าท่านศึกษาด้วยตนเอง สามารถเปิดสำนักเรียนนักธรรมและบาลี จนมีลูกศิษย์สอบได้หลายคนอาทิ เช่น สอบบาลีได้มี ท่านมหาแสน นันทวรรณ, ท่านมหาวิศิษฐ์ จิตรบุณย์, ท่านมหาพรหม ธรรมสรางกูร, สามเณรจันเพ็ญ วัฒนปรีดี ปธ.๓ ,ท่านมหาอินธรรม วัฒนปรีดี, ท่านมหาประสิทธิ์ ถิ่นจอม, ท่านมหาฟัก ศิริพันธ์และท่านมหาชวลิต แนวลาด เป็นต้นและมีผู้สอบนักธรรมได้อีกจำนวนมาก บางคนสามารถนำไปสมัครสอบเป็นข้าราชการครู ทหาร ตำรวจ ได้ก็หลายคน

สมัยนั้นไม่มีใครรู้หนังสือไทย ท่านก็นำความรู้ที่ไปศึกษามาสอนคนบ้านถิ่นให้รู้หนังสือเหมือนอย่างท่าน ใช้ศาลาที่พักคนต่างถิ่นที่มาค้าขายเป็นสถานที่สอนหนังสือ ต่อมาก็หาที่ดินเพิ่มเติม ขยายเขตโรงเรียน หากเจ้าของไม่ขายให้เพื่อเก็บไว้ทำนา ท่านก็จะหาซื้อที่ดินผืนที่ทำนาได้ดีกว่า ที่เจ้าของยินยอมขายให้มาแลกเปลี่ยนกัน ต่อมาท่านได้สร้างห้องสมุดขึ้นที่วัดถิ่นใน มีหนังสืออ่านมากมาย ทั้งทางโลกและทางธรรม ตอนนั้นมีนายอำเภอหนุ่มรูปหล่อ จากอำเภอร้องกวางชื่อ นายชลอ ธรรมศิริ มาเป็นประธานเปิดผ้าคุมป้าย ห้องสมุดวัดถิ่นใน

ในส่วนของสุสานบ้านถิ่นนั้น แต่เดิมใช้ป่าช้าปู่คง ( สระเก็บน้ำใต้อ่างเก็บน้ำฮ่องฮ่าง อยู่ หมู่ ๒ ) สมัยก่อนต้องหามศพไปป่าช้า ที่ไม่มีถนนต้องหามเดินลัดเลาะไปตามทุ่งนาของชาวบ้าน สัปเหร่อ ต้องหาม ๔ คน ระยะทางไกล ต้องมีคนสะพายดาบและถือแคร่ส่องนำทาง พอไปถึงป่าช้าก็ก่อกองไฟผู้ที่ไปร่วมงานทุกคนต้องข้ามกองไฟทั้งขาไปและขากลับ ทุกคนจะต้องเดินกลับบ้านโดยไม่เหลียวหลัง หลวงปู่ท่านเห็นว่าเป็นความลำบากของศรัทธาชาวบ้านด้วยการเดินทาง และศาลาที่พักทำพิธีกรรมก็ไม่มี ท่านจึงได้หาที่สร้างสุสานใหม่ โดยกำหนดให้การเดินทางไป-กลับสะดวก

ในที่สุดท่านก็ได้สถานที่ที่ต้องการอยู่ไม่ห่างจากบ้านเรือนราษฎรมากนัก ท่านจึงได้ขอซื้อที่นาจากพ่อรส ธรรมสรางกูร และพ่อผัน ธุรกิจ ที่นาโชคปู่เต๋ ติดกับฮ่องพระเฮียนเจิงซึ่งอยู่ติดทางล้อเกวียนไปนาไปไร่ของชาวบ้าน แล้วได้นำราษฎรสร้างศาลาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้น ๑ หลัง ด้วยการเกณฑ์หัวหมวดของวัดหมวดละ ๒ วันช่วยกันสร้าง หัวหมวดจึงเกิดขึ้นสมัยนั้น) พอสร้างเสร็จแล้ว พ่อผัน ธุรกิจ ก็ได้นำต้นโพธิ์ไปปลูกไว้(มีพระเณรช่วยกันแห่ต้นโพธิ์ไปด้วย) ซึ่งก็ปรากฏให้เห็นต้นตะหง่านในปัจจุบันนั่นเอง ต้นโพธิ์จึงมีมาพร้อมกับฌาปนสถานบ้านถิ่นในปัจจุบัน การนำศพไปป่าช้าจึงง่ายขึ้น เพราะใส่หีบศพบรรทุกล้อเกวียนไปได้ สมัยก่อนศพเด็กหรือคนที่ตายโหงไม่ทำการเผา ใช้วิธีฝังภายในบริเวณป่าช้านั่นเอง

สำหรับโรงเรียนถิ่นโอภาสวิทยานั้น เดิมที่ดินผืนนี้แห้งแล้ง ขาดน้ำทำนาไม่ได้ผล ท่านก็ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวจัดซื้อไว้บ้าง ทุนมูลนิธิของวัดถิ่นในบ้าง ขอบริจาคบ้าง ซื้อที่ดินที่อื่นแลกเปลี่ยนบ้างเพื่อสร้างโรงเรียน โดยในตอนแรกได้สร้างอาคารเรียนไม้สักทอง และศาลาประชาคมเป็นที่ประชุมชาวบ้าน ๑ หลัง บ้านพักปลัดอำเภอ และ พนักงานอนามัย ต่อมาท่านได้สร้างอาคารเรียนขึ้นมา ๑ หลังเป็นตึกชั้นเดียว อาศัยแรงงานชาวบ้านช่วยกันทำ ขณะนั้นมีคนคัดค้านท่านหลายคน หาว่าท่านไปสร้างไว้เป็นสถานที่มั่วสุม "ชนกว่าง" กันในเวลากลางคืนเท่านั้นแต่ท่านก็อธิบายว่า สถานที่แห่งนี้ติดกับถนนสายใหญ่เชื่อมระหว่างหลายหมู่บ้าน ต่อไปจะเป็นศูนย์กลางการศึกษาของเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานรุ่นเหลนของชาวบ้านแถบนี้