[x] ปิดหน้าต่างนี้




ราคาทองวันนี้ล่าสุด "ทองรูปพรรณ" ขายออกบาทละ 27,300(14 ก.ค. 2563, 09:36) เปิดเงื่อนไข "ลิเวอร์พูล" ยังมีลุ้นทุบ 1 สถิติสุดโหดตลอดกาลพรีเมียร์ลีก(14 ก.ค. 2563, 09:30) แพลตฟอร์ม "ไทยชนะ" พบคนระยอง 394 คน เดินห้างพร้อมทหารอียิปต์ติดโควิด (14 ก.ค. 2563, 09:16) ดวงรายเดือนกรกฎาคม 2 ราศี ทำบุญเสริมดวงโชคลาภ จะได้จับเงินก้อนโต(14 ก.ค. 2563, 09:01) “โก้-คุณากร” พลิกบทบาทครั้งใหญ่ รับ! “เล่ห์เกมรัก” ดราม่าหนักหน่วง(14 ก.ค. 2563, 09:01) คาด 11 ตัวจริง "ลิเวอร์พูล" เกมบุกเยือน "อาร์เซนอล" ศึกพรีเมียร์ลีก(14 ก.ค. 2563, 09:00) ตั้งจุดตรวจโควิดระยอง 3 จุด ห้าง-โรงแรม เผยพนักงาน 5 คน ผลเป็นลบ (14 ก.ค. 2563, 08:55) ทอ.แจงแล้ว ให้เครื่องบินทหารอียิปต์ลงจอด เพราะพันธะทางทหารที่มีต่อกัน(14 ก.ค. 2563, 08:54) โซเชียลแชร์ว่อน คลิปเจ้าหน้าที่ขอตรวจ ทหารอียิปต์ติดโควิด ที่ระยอง(14 ก.ค. 2563, 08:48) แบงก์ SUPERBOY X คอปเตอร์ CTR ถ่ายทอดเพลงประกอบซีรีส์ (คลิป)(14 ก.ค. 2563, 08:45) บิ๊กแดง ยัน ทบ.ไม่เกี่ยว ทหารอียิปต์ติดโควิด-19 โอดโดนตลอดอยู่แล้ว(14 ก.ค. 2563, 08:33) "ลอว์เรนสัน" ทำนายผลแข่ง "พรีเมียร์ลีก" นัดที่ 36 ยักษ์ใหญ่ไร้ชัย 2 ทีม(14 ก.ค. 2563, 08:30) "ญาญ่า-เต้ย-ซันนี่-โจ๊ก" ส่งต่อพลังใจดีๆ ด้วยวลี "การ์ดไม่ตก"(14 ก.ค. 2563, 08:30) “ตรี ชัยณรงค์” เทคิวร่วม New Gen Hug บ้านเกิด(14 ก.ค. 2563, 08:15) พาณิชย์เห่กล่อมทัพลงทุนสวีเดนบุก “อีอีซี” ชักแม่น้ำทั้งห้ายืนยันไทยไม่ได้ทารุณ “ลิง”(14 ก.ค. 2563, 08:15) หุ้นระส่ำนักลงทุนกังวล โควิด-19 ระบาดรอบ 2(14 ก.ค. 2563, 08:05) “ไนกี้” เจ็บหน้าอก ทรุดคากองถ่าย ละคร “สะใภ้ไร้ศักดินา”(14 ก.ค. 2563, 08:01) "ป๊อป อารียา" หวิดเป็นโรคซึมเศร้า ดีว่าได้โยคะช่วย(14 ก.ค. 2563, 08:01) ไขความเชื่อมโยงโพลินีเซียและอเมริกาใต้(14 ก.ค. 2563, 08:01) มาแล้ว "เนวิลล์" คอมเมนต์หลังเกม "แมนยูฯ" เจ๊า "เซาแธมป์ตัน" ชวดขึ้นที่ 3(14 ก.ค. 2563, 08:00)
เมนูหลัก
link banner
ประวัติพระโอภาสพุทธิคุณ
การพัฒนา_2  
 

opat10

การพัฒนา(2)
ท่านเป็นนักการศึกษา มาตั้งแต่บวชครั้งแรก จะเห็นว่าตามประวัติของท่าน พอเริ่มบวช ก็เร่งศึกษาหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม เริ่มเป็นครูสอนคนมาตั้งแต่ยังเป็นพระหนุ่ม มีความรู้เพียงชั้นประศึกษาปีที่ ๓ และนักธรรมชั้นโท แต่สามารถสอนได้ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๕-๖ และ นักธรรมชั้นเอก ทั้งนี้เพราะว่าท่านศึกษาด้วยตนเอง สามารถเปิดสำนักเรียนนักธรรมและบาลี จนมีลูกศิษย์สอบได้หลายคนอาทิ เช่น สอบบาลีได้มี ท่านมหาแสน นันทวรรณ, ท่านมหาวิศิษฐ์ จิตรบุณย์, ท่านมหาพรหม ธรรมสรางกูร, สามเณรจันเพ็ญ วัฒนปรีดี ปธ.๓ ,ท่านมหาอินธรรม วัฒนปรีดี, ท่านมหาประสิทธิ์ ถิ่นจอม, ท่านมหาฟัก ศิริพันธ์และท่านมหาชวลิต แนวลาด เป็นต้นและมีผู้สอบนักธรรมได้อีกจำนวนมาก บางคนสามารถนำไปสมัครสอบเป็นข้าราชการครู ทหาร ตำรวจ ได้ก็หลายคน

สมัยนั้นไม่มีใครรู้หนังสือไทย ท่านก็นำความรู้ที่ไปศึกษามาสอนคนบ้านถิ่นให้รู้หนังสือเหมือนอย่างท่าน ใช้ศาลาที่พักคนต่างถิ่นที่มาค้าขายเป็นสถานที่สอนหนังสือ ต่อมาก็หาที่ดินเพิ่มเติม ขยายเขตโรงเรียน หากเจ้าของไม่ขายให้เพื่อเก็บไว้ทำนา ท่านก็จะหาซื้อที่ดินผืนที่ทำนาได้ดีกว่า ที่เจ้าของยินยอมขายให้มาแลกเปลี่ยนกัน ต่อมาท่านได้สร้างห้องสมุดขึ้นที่วัดถิ่นใน มีหนังสืออ่านมากมาย ทั้งทางโลกและทางธรรม ตอนนั้นมีนายอำเภอหนุ่มรูปหล่อ จากอำเภอร้องกวางชื่อ นายชลอ ธรรมศิริ มาเป็นประธานเปิดผ้าคุมป้าย ห้องสมุดวัดถิ่นใน

ในส่วนของสุสานบ้านถิ่นนั้น แต่เดิมใช้ป่าช้าปู่คง ( สระเก็บน้ำใต้อ่างเก็บน้ำฮ่องฮ่าง อยู่ หมู่ ๒ ) สมัยก่อนต้องหามศพไปป่าช้า ที่ไม่มีถนนต้องหามเดินลัดเลาะไปตามทุ่งนาของชาวบ้าน สัปเหร่อ ต้องหาม ๔ คน ระยะทางไกล ต้องมีคนสะพายดาบและถือแคร่ส่องนำทาง พอไปถึงป่าช้าก็ก่อกองไฟผู้ที่ไปร่วมงานทุกคนต้องข้ามกองไฟทั้งขาไปและขากลับ ทุกคนจะต้องเดินกลับบ้านโดยไม่เหลียวหลัง หลวงปู่ท่านเห็นว่าเป็นความลำบากของศรัทธาชาวบ้านด้วยการเดินทาง และศาลาที่พักทำพิธีกรรมก็ไม่มี ท่านจึงได้หาที่สร้างสุสานใหม่ โดยกำหนดให้การเดินทางไป-กลับสะดวก

ในที่สุดท่านก็ได้สถานที่ที่ต้องการอยู่ไม่ห่างจากบ้านเรือนราษฎรมากนัก ท่านจึงได้ขอซื้อที่นาจากพ่อรส ธรรมสรางกูร และพ่อผัน ธุรกิจ ที่นาโชคปู่เต๋ ติดกับฮ่องพระเฮียนเจิงซึ่งอยู่ติดทางล้อเกวียนไปนาไปไร่ของชาวบ้าน แล้วได้นำราษฎรสร้างศาลาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้น ๑ หลัง ด้วยการเกณฑ์หัวหมวดของวัดหมวดละ ๒ วันช่วยกันสร้าง หัวหมวดจึงเกิดขึ้นสมัยนั้น) พอสร้างเสร็จแล้ว พ่อผัน ธุรกิจ ก็ได้นำต้นโพธิ์ไปปลูกไว้(มีพระเณรช่วยกันแห่ต้นโพธิ์ไปด้วย) ซึ่งก็ปรากฏให้เห็นต้นตะหง่านในปัจจุบันนั่นเอง ต้นโพธิ์จึงมีมาพร้อมกับฌาปนสถานบ้านถิ่นในปัจจุบัน การนำศพไปป่าช้าจึงง่ายขึ้น เพราะใส่หีบศพบรรทุกล้อเกวียนไปได้ สมัยก่อนศพเด็กหรือคนที่ตายโหงไม่ทำการเผา ใช้วิธีฝังภายในบริเวณป่าช้านั่นเอง

สำหรับโรงเรียนถิ่นโอภาสวิทยานั้น เดิมที่ดินผืนนี้แห้งแล้ง ขาดน้ำทำนาไม่ได้ผล ท่านก็ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวจัดซื้อไว้บ้าง ทุนมูลนิธิของวัดถิ่นในบ้าง ขอบริจาคบ้าง ซื้อที่ดินที่อื่นแลกเปลี่ยนบ้างเพื่อสร้างโรงเรียน โดยในตอนแรกได้สร้างอาคารเรียนไม้สักทอง และศาลาประชาคมเป็นที่ประชุมชาวบ้าน ๑ หลัง บ้านพักปลัดอำเภอ และ พนักงานอนามัย ต่อมาท่านได้สร้างอาคารเรียนขึ้นมา ๑ หลังเป็นตึกชั้นเดียว อาศัยแรงงานชาวบ้านช่วยกันทำ ขณะนั้นมีคนคัดค้านท่านหลายคน หาว่าท่านไปสร้างไว้เป็นสถานที่มั่วสุม "ชนกว่าง" กันในเวลากลางคืนเท่านั้นแต่ท่านก็อธิบายว่า สถานที่แห่งนี้ติดกับถนนสายใหญ่เชื่อมระหว่างหลายหมู่บ้าน ต่อไปจะเป็นศูนย์กลางการศึกษาของเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานรุ่นเหลนของชาวบ้านแถบนี้