[x] ปิดหน้าต่างนี้




ทบ.ไม่ล้มโครงการจัดซื้ออาวุธ 6 พันล้าน งบฯปี 65 แม้ถูกจี้ตัดช่วยโควิด(18 ม.ค. 2564, 13:36) ธีมหุ้น TECH มาแรงแซงทุกโค้ง บลจ.ชูลงทุนนวัตกรรมเทคโนโลยีสุดปัง(18 ม.ค. 2564, 13:31) นักแบดอินโดฯ อุทิศแชมป์ไทยแลนด์ โอเพ่น แก่พี่ชายที่เพิ่งเสียชีวิต(18 ม.ค. 2564, 13:30) จดหมายเปิดผนึกองค์กรต้านคอร์รัปชัน ถึงอัยการสูงสุด ค้านตั้ง “เนตร-ปรเมศวร์”(18 ม.ค. 2564, 13:28) ย้อนคำหวาน ก็อต ถึงสุดที่รัก ริชชี่ ก่อนเปิดตัวรักจริง (หวังแต่ง) (18 ม.ค. 2564, 13:21) "เดอ บรอยน์" แอสซิสต์ครบ 100 ให้แมนฯ ซิตี้ เกมรัวพาเลซทำแต้มจี้แมนยูฯ(18 ม.ค. 2564, 13:17) ตำรวจเร่งขยายผล “อั๋น กีวี่” หลังถูกซัดทอดเป็นเอเย่นต์ค้า “เคนมผง”(18 ม.ค. 2564, 13:15) “โลกใบที่สอง” ซีรีส์ที่สร้างจากเรื่องจริง ส่ง "ยุ้ย-สมาร์ท-อินดี้" ดันเรตติ้งต่อ ใน EP.2(18 ม.ค. 2564, 13:15) ผญบ.ยิงอดีต ผช.ผญบ.ดับ หลังโดนจอบสับหัว เผยเป็นอริกันมานาน (18 ม.ค. 2564, 13:09) ไล่ยึดทรัพย์ ผู้เกี่ยวข้อง “อภิรักษ์ โกฎธิ” ซีอีโอ แชร์ Forex 3-D(18 ม.ค. 2564, 13:04) ไม่ได้มาแทนใคร "แกรนท์" ปัดจ่อคัมแบ็กเชลซีแทนที่ "แลมพาร์ด"(18 ม.ค. 2564, 13:00) เพื่อไทย ห่วง "อุ้มหายคนไทย" จี้ รัฐบาล "บิ๊กตู่" หาผู้รับผิดชอบ(18 ม.ค. 2564, 12:59) "บิ๊กตู่" ติดตามสถานการณ์โควิด-19 สมุทรสาคร กำชับ เพิ่มความเข้มงวด(18 ม.ค. 2564, 12:48) หลุยส์ ซื้อของขวัญเซอร์ไพรส์พ่อตา ถูกใจทั้งคนให้และคนรับ (คลิป)(18 ม.ค. 2564, 12:45) หุ้นไทยวันนี้ ปิดตลาดหุ้นเช้า ปรับลด 11.04 ดัชนีอยู่ที่ 1,508 จุด(18 ม.ค. 2564, 12:40) รหัสริษยา EP.15 พาไล เปิดศึกฉีกหน้า รสิกา-จันทร์แจรง กลางงานเปิดตัวเพชร(18 ม.ค. 2564, 12:30) รักตลอดไป โบว์ แวนด้า เผยภาพ น้องมะลิ คู่ ปอ ทฤษฎี รำลึกครบรอบจากไป 5 ปี(18 ม.ค. 2564, 12:25) "ยุทธพงศ์" ท้า "เรืองไกร" มาเพื่อไทย พรุ่งนี้ พิสูจน์ปม "นาฬิกาหรู"(18 ม.ค. 2564, 12:24) หนุ่งคลั่งคว้ามีดไล่ฟันญาติตัวเอง เจอยิงสวนดับ(18 ม.ค. 2564, 12:10) "เบอร์ 10 คนใหม่" 2 แข้งดังอาร์เซนอลเปิดฉากพร้อมรับหมายเลขต่อจาก "โอซิล"(18 ม.ค. 2564, 11:54)
เมนูหลัก
link banner
ประวัติพระโอภาสพุทธิคุณ
การพัฒนา_2  
 

opat10

การพัฒนา(2)
ท่านเป็นนักการศึกษา มาตั้งแต่บวชครั้งแรก จะเห็นว่าตามประวัติของท่าน พอเริ่มบวช ก็เร่งศึกษาหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม เริ่มเป็นครูสอนคนมาตั้งแต่ยังเป็นพระหนุ่ม มีความรู้เพียงชั้นประศึกษาปีที่ ๓ และนักธรรมชั้นโท แต่สามารถสอนได้ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๕-๖ และ นักธรรมชั้นเอก ทั้งนี้เพราะว่าท่านศึกษาด้วยตนเอง สามารถเปิดสำนักเรียนนักธรรมและบาลี จนมีลูกศิษย์สอบได้หลายคนอาทิ เช่น สอบบาลีได้มี ท่านมหาแสน นันทวรรณ, ท่านมหาวิศิษฐ์ จิตรบุณย์, ท่านมหาพรหม ธรรมสรางกูร, สามเณรจันเพ็ญ วัฒนปรีดี ปธ.๓ ,ท่านมหาอินธรรม วัฒนปรีดี, ท่านมหาประสิทธิ์ ถิ่นจอม, ท่านมหาฟัก ศิริพันธ์และท่านมหาชวลิต แนวลาด เป็นต้นและมีผู้สอบนักธรรมได้อีกจำนวนมาก บางคนสามารถนำไปสมัครสอบเป็นข้าราชการครู ทหาร ตำรวจ ได้ก็หลายคน

สมัยนั้นไม่มีใครรู้หนังสือไทย ท่านก็นำความรู้ที่ไปศึกษามาสอนคนบ้านถิ่นให้รู้หนังสือเหมือนอย่างท่าน ใช้ศาลาที่พักคนต่างถิ่นที่มาค้าขายเป็นสถานที่สอนหนังสือ ต่อมาก็หาที่ดินเพิ่มเติม ขยายเขตโรงเรียน หากเจ้าของไม่ขายให้เพื่อเก็บไว้ทำนา ท่านก็จะหาซื้อที่ดินผืนที่ทำนาได้ดีกว่า ที่เจ้าของยินยอมขายให้มาแลกเปลี่ยนกัน ต่อมาท่านได้สร้างห้องสมุดขึ้นที่วัดถิ่นใน มีหนังสืออ่านมากมาย ทั้งทางโลกและทางธรรม ตอนนั้นมีนายอำเภอหนุ่มรูปหล่อ จากอำเภอร้องกวางชื่อ นายชลอ ธรรมศิริ มาเป็นประธานเปิดผ้าคุมป้าย ห้องสมุดวัดถิ่นใน

ในส่วนของสุสานบ้านถิ่นนั้น แต่เดิมใช้ป่าช้าปู่คง ( สระเก็บน้ำใต้อ่างเก็บน้ำฮ่องฮ่าง อยู่ หมู่ ๒ ) สมัยก่อนต้องหามศพไปป่าช้า ที่ไม่มีถนนต้องหามเดินลัดเลาะไปตามทุ่งนาของชาวบ้าน สัปเหร่อ ต้องหาม ๔ คน ระยะทางไกล ต้องมีคนสะพายดาบและถือแคร่ส่องนำทาง พอไปถึงป่าช้าก็ก่อกองไฟผู้ที่ไปร่วมงานทุกคนต้องข้ามกองไฟทั้งขาไปและขากลับ ทุกคนจะต้องเดินกลับบ้านโดยไม่เหลียวหลัง หลวงปู่ท่านเห็นว่าเป็นความลำบากของศรัทธาชาวบ้านด้วยการเดินทาง และศาลาที่พักทำพิธีกรรมก็ไม่มี ท่านจึงได้หาที่สร้างสุสานใหม่ โดยกำหนดให้การเดินทางไป-กลับสะดวก

ในที่สุดท่านก็ได้สถานที่ที่ต้องการอยู่ไม่ห่างจากบ้านเรือนราษฎรมากนัก ท่านจึงได้ขอซื้อที่นาจากพ่อรส ธรรมสรางกูร และพ่อผัน ธุรกิจ ที่นาโชคปู่เต๋ ติดกับฮ่องพระเฮียนเจิงซึ่งอยู่ติดทางล้อเกวียนไปนาไปไร่ของชาวบ้าน แล้วได้นำราษฎรสร้างศาลาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้น ๑ หลัง ด้วยการเกณฑ์หัวหมวดของวัดหมวดละ ๒ วันช่วยกันสร้าง หัวหมวดจึงเกิดขึ้นสมัยนั้น) พอสร้างเสร็จแล้ว พ่อผัน ธุรกิจ ก็ได้นำต้นโพธิ์ไปปลูกไว้(มีพระเณรช่วยกันแห่ต้นโพธิ์ไปด้วย) ซึ่งก็ปรากฏให้เห็นต้นตะหง่านในปัจจุบันนั่นเอง ต้นโพธิ์จึงมีมาพร้อมกับฌาปนสถานบ้านถิ่นในปัจจุบัน การนำศพไปป่าช้าจึงง่ายขึ้น เพราะใส่หีบศพบรรทุกล้อเกวียนไปได้ สมัยก่อนศพเด็กหรือคนที่ตายโหงไม่ทำการเผา ใช้วิธีฝังภายในบริเวณป่าช้านั่นเอง

สำหรับโรงเรียนถิ่นโอภาสวิทยานั้น เดิมที่ดินผืนนี้แห้งแล้ง ขาดน้ำทำนาไม่ได้ผล ท่านก็ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวจัดซื้อไว้บ้าง ทุนมูลนิธิของวัดถิ่นในบ้าง ขอบริจาคบ้าง ซื้อที่ดินที่อื่นแลกเปลี่ยนบ้างเพื่อสร้างโรงเรียน โดยในตอนแรกได้สร้างอาคารเรียนไม้สักทอง และศาลาประชาคมเป็นที่ประชุมชาวบ้าน ๑ หลัง บ้านพักปลัดอำเภอ และ พนักงานอนามัย ต่อมาท่านได้สร้างอาคารเรียนขึ้นมา ๑ หลังเป็นตึกชั้นเดียว อาศัยแรงงานชาวบ้านช่วยกันทำ ขณะนั้นมีคนคัดค้านท่านหลายคน หาว่าท่านไปสร้างไว้เป็นสถานที่มั่วสุม "ชนกว่าง" กันในเวลากลางคืนเท่านั้นแต่ท่านก็อธิบายว่า สถานที่แห่งนี้ติดกับถนนสายใหญ่เชื่อมระหว่างหลายหมู่บ้าน ต่อไปจะเป็นศูนย์กลางการศึกษาของเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานรุ่นเหลนของชาวบ้านแถบนี้