[x] ปิดหน้าต่างนี้




“A Day to Remember” แคมเปญสุดพิเศษจากโรงพยาบาลวิมุต สู่การยกระดับมาตรฐานการบริการดุจคนในครอบครัว(21 มิ.ย. 2564, 06:01) "ปัตตานี" ยังอ่วม โควิดฯพุ่ง 144 ป่วยสะสมทะลุพัน สั่งปิด 2 หมู่บ้าน(20 มิ.ย. 2564, 01:35) เปิดสถิติ 5 นัดหลังสุด "วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย-อิตาลี" ศึก "เนชันส์ลีก"(20 มิ.ย. 2564, 01:11) เยอรมนี ร้อนแรง แซงถล่ม โปรตุเกส 4-2 ศึกยูโร 2020 กลุ่มเอฟ(20 มิ.ย. 2564, 00:54) รวบแล้ว ส.อ.ภาคใต้ ร่วมแก๊งอดีตตำรวจนอกรีต อุ้มรีดค่าไถ่ 2 ล้าน(20 มิ.ย. 2564, 00:41) "ชนาธิป" เผยความรู้สึกหลังทำแอสซิสต์ฉลองคืนทีมเกมลีกรอบ 6 นัด (คลิป)(20 มิ.ย. 2564, 00:30) ลิเวอร์พูล เล็งทุ่ม 43 ล้านปอนด์ กระชากสตาร์ยูโร 2020 เสริมโหด (คลิป)(20 มิ.ย. 2564, 00:23) “ณิชา” พูดถึง “โตโน่” คือกำลังใจ!(20 มิ.ย. 2564, 00:01) สุพรรณบุรี เอฟซี จัดหนัก กระชาก 2 แข้งแซมบ้าร่วมทัพ ลุยไทยลีก (19 มิ.ย. 2564, 23:30) ชมคลิป “โตโน่” โซโล่ครึ่งสนามไปยิงตุงตาข่าย-ซัดจุดโทษสุดเหนือชั้น(19 มิ.ย. 2564, 23:25) เอาจริงแล้ว "แมนยูฯ" ยื่นข้อเสนอรอบใหม่ให้ "ดอร์ทมุนด์" ดีลซานโช(19 มิ.ย. 2564, 23:12) สรุปตารางคะแนนเนชันส์ลีกล่าสุดหลัง "ตบสาวไทย" เก็บชัยชนะเหนือแคนาดา(19 มิ.ย. 2564, 22:46) เทนนิสโนเวนติ โอเพ่น ได้คู่ชิง "อังเดร รูเบลฟ" ดวลเดือด "อูโก อุมแบร์" (19 มิ.ย. 2564, 22:31) กรีซมันน์ซัดไล่เจ๊า "ฝรั่งเศส" ได้แค่เสมอ "ฮังการี" 1-1 ศึกยูโร 2020(19 มิ.ย. 2564, 21:56) ลุ้นหนักโรงเรียนที่บางสะพาน ด.ช.ป.1 ติดโควิดจากพ่อ พบเสี่ยงสูง 25 คน(19 มิ.ย. 2564, 21:52) สาวไทย ฟอร์มเทพ ไล่ขยี้ แคนาดา 3-0 เซต ศึกวอลเลย์บอลเนชันส์ ลีก 2021(19 มิ.ย. 2564, 21:33) จัดหนึ่งแอสซิสต์ ไฮไลต์ "ชนาธิป" นำ "ซัปโปโร" ทุบ "โออิตะ" 2-0 (คลิป)(19 มิ.ย. 2564, 21:12) น่าห่วงโควิดร.ร.มัรกัสยะลา นักเรียนกลับบ้านพบติดเชื้อเพิ่มหลายจังหวัด(19 มิ.ย. 2564, 21:12) รวบอดีต ผกก. หัวล้านสวมวิกวิ่งราวรถหรู อ้างป่วยขาดยาทำไปโดยไม่รู้ตัว(19 มิ.ย. 2564, 20:29) เปิดรายได้บริษัทแอปฯสุดฮิต TikToK ปี 2020 พุ่งทะยาน 1 ล้านล้านบาท(19 มิ.ย. 2564, 19:26)
เมนูหลัก
link banner
ประวัติพระโอภาสพุทธิคุณ
การพัฒนา_2  
 

opat10

การพัฒนา(2)
ท่านเป็นนักการศึกษา มาตั้งแต่บวชครั้งแรก จะเห็นว่าตามประวัติของท่าน พอเริ่มบวช ก็เร่งศึกษาหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม เริ่มเป็นครูสอนคนมาตั้งแต่ยังเป็นพระหนุ่ม มีความรู้เพียงชั้นประศึกษาปีที่ ๓ และนักธรรมชั้นโท แต่สามารถสอนได้ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๕-๖ และ นักธรรมชั้นเอก ทั้งนี้เพราะว่าท่านศึกษาด้วยตนเอง สามารถเปิดสำนักเรียนนักธรรมและบาลี จนมีลูกศิษย์สอบได้หลายคนอาทิ เช่น สอบบาลีได้มี ท่านมหาแสน นันทวรรณ, ท่านมหาวิศิษฐ์ จิตรบุณย์, ท่านมหาพรหม ธรรมสรางกูร, สามเณรจันเพ็ญ วัฒนปรีดี ปธ.๓ ,ท่านมหาอินธรรม วัฒนปรีดี, ท่านมหาประสิทธิ์ ถิ่นจอม, ท่านมหาฟัก ศิริพันธ์และท่านมหาชวลิต แนวลาด เป็นต้นและมีผู้สอบนักธรรมได้อีกจำนวนมาก บางคนสามารถนำไปสมัครสอบเป็นข้าราชการครู ทหาร ตำรวจ ได้ก็หลายคน

สมัยนั้นไม่มีใครรู้หนังสือไทย ท่านก็นำความรู้ที่ไปศึกษามาสอนคนบ้านถิ่นให้รู้หนังสือเหมือนอย่างท่าน ใช้ศาลาที่พักคนต่างถิ่นที่มาค้าขายเป็นสถานที่สอนหนังสือ ต่อมาก็หาที่ดินเพิ่มเติม ขยายเขตโรงเรียน หากเจ้าของไม่ขายให้เพื่อเก็บไว้ทำนา ท่านก็จะหาซื้อที่ดินผืนที่ทำนาได้ดีกว่า ที่เจ้าของยินยอมขายให้มาแลกเปลี่ยนกัน ต่อมาท่านได้สร้างห้องสมุดขึ้นที่วัดถิ่นใน มีหนังสืออ่านมากมาย ทั้งทางโลกและทางธรรม ตอนนั้นมีนายอำเภอหนุ่มรูปหล่อ จากอำเภอร้องกวางชื่อ นายชลอ ธรรมศิริ มาเป็นประธานเปิดผ้าคุมป้าย ห้องสมุดวัดถิ่นใน

ในส่วนของสุสานบ้านถิ่นนั้น แต่เดิมใช้ป่าช้าปู่คง ( สระเก็บน้ำใต้อ่างเก็บน้ำฮ่องฮ่าง อยู่ หมู่ ๒ ) สมัยก่อนต้องหามศพไปป่าช้า ที่ไม่มีถนนต้องหามเดินลัดเลาะไปตามทุ่งนาของชาวบ้าน สัปเหร่อ ต้องหาม ๔ คน ระยะทางไกล ต้องมีคนสะพายดาบและถือแคร่ส่องนำทาง พอไปถึงป่าช้าก็ก่อกองไฟผู้ที่ไปร่วมงานทุกคนต้องข้ามกองไฟทั้งขาไปและขากลับ ทุกคนจะต้องเดินกลับบ้านโดยไม่เหลียวหลัง หลวงปู่ท่านเห็นว่าเป็นความลำบากของศรัทธาชาวบ้านด้วยการเดินทาง และศาลาที่พักทำพิธีกรรมก็ไม่มี ท่านจึงได้หาที่สร้างสุสานใหม่ โดยกำหนดให้การเดินทางไป-กลับสะดวก

ในที่สุดท่านก็ได้สถานที่ที่ต้องการอยู่ไม่ห่างจากบ้านเรือนราษฎรมากนัก ท่านจึงได้ขอซื้อที่นาจากพ่อรส ธรรมสรางกูร และพ่อผัน ธุรกิจ ที่นาโชคปู่เต๋ ติดกับฮ่องพระเฮียนเจิงซึ่งอยู่ติดทางล้อเกวียนไปนาไปไร่ของชาวบ้าน แล้วได้นำราษฎรสร้างศาลาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้น ๑ หลัง ด้วยการเกณฑ์หัวหมวดของวัดหมวดละ ๒ วันช่วยกันสร้าง หัวหมวดจึงเกิดขึ้นสมัยนั้น) พอสร้างเสร็จแล้ว พ่อผัน ธุรกิจ ก็ได้นำต้นโพธิ์ไปปลูกไว้(มีพระเณรช่วยกันแห่ต้นโพธิ์ไปด้วย) ซึ่งก็ปรากฏให้เห็นต้นตะหง่านในปัจจุบันนั่นเอง ต้นโพธิ์จึงมีมาพร้อมกับฌาปนสถานบ้านถิ่นในปัจจุบัน การนำศพไปป่าช้าจึงง่ายขึ้น เพราะใส่หีบศพบรรทุกล้อเกวียนไปได้ สมัยก่อนศพเด็กหรือคนที่ตายโหงไม่ทำการเผา ใช้วิธีฝังภายในบริเวณป่าช้านั่นเอง

สำหรับโรงเรียนถิ่นโอภาสวิทยานั้น เดิมที่ดินผืนนี้แห้งแล้ง ขาดน้ำทำนาไม่ได้ผล ท่านก็ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวจัดซื้อไว้บ้าง ทุนมูลนิธิของวัดถิ่นในบ้าง ขอบริจาคบ้าง ซื้อที่ดินที่อื่นแลกเปลี่ยนบ้างเพื่อสร้างโรงเรียน โดยในตอนแรกได้สร้างอาคารเรียนไม้สักทอง และศาลาประชาคมเป็นที่ประชุมชาวบ้าน ๑ หลัง บ้านพักปลัดอำเภอ และ พนักงานอนามัย ต่อมาท่านได้สร้างอาคารเรียนขึ้นมา ๑ หลังเป็นตึกชั้นเดียว อาศัยแรงงานชาวบ้านช่วยกันทำ ขณะนั้นมีคนคัดค้านท่านหลายคน หาว่าท่านไปสร้างไว้เป็นสถานที่มั่วสุม "ชนกว่าง" กันในเวลากลางคืนเท่านั้นแต่ท่านก็อธิบายว่า สถานที่แห่งนี้ติดกับถนนสายใหญ่เชื่อมระหว่างหลายหมู่บ้าน ต่อไปจะเป็นศูนย์กลางการศึกษาของเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานรุ่นเหลนของชาวบ้านแถบนี้