[x] ปิดหน้าต่างนี้




นายกฯ เชื่อมั่นหากทุกคนร่วมแรงร่วมใจ แก้ได้ทั้งโควิดและของแพงในเวลาไม่นาน(20 ม.ค. 2565, 14:19) "ประธานฮาย" ร่ายยาวหลัง "เชียงราย" บุกแพ้ "บุรีรัมย์" จอดป้าย 16 ทีม เอฟเอคัพ(20 ม.ค. 2565, 14:11) หนุ่มมาเลเซีย มาทำบุญถวายโลงศพให้วัดดัง พร้อมลองขอ "เลขเด็ด" กลับไปลุ้นโชค(20 ม.ค. 2565, 14:09) ใบเฟิร์น อัญชสา เผยโมเมนต์ถูกขอแต่งงาน แฟนๆ แห่ยินดีว่าที่เจ้าสาว(20 ม.ค. 2565, 14:06) ดีเจต้นหอม โดน พระมะตูม ทักหลังเห็นชุดที่ใส่มาวัดเพื่อทำบุญ(20 ม.ค. 2565, 14:04) MG เตรียมผลิตรถไฟฟ้าในไทยพร้อมสร้างโรงงานแบตเตอรี่ 2,500 ล้านบาท ในปี 2566(20 ม.ค. 2565, 14:00) สืบ ตม.รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน หนีซุกไทย ตั้งเครือข่ายทำพนันออนไลน์(20 ม.ค. 2565, 13:56) เตรียมปูนบำเหน็จ "ผู้กองเอก" ตำรวจหนองปลิง พลีชีพ ระงับเหตุคนร้ายคลั่งยา(20 ม.ค. 2565, 13:47) ปารีณา จี้หยุดวิเคราะห์ปมขับ ธรรมนัส และ 20 ส.ส. ชี้ ทุกฝ่ายในพรรคเห็นด้วย(20 ม.ค. 2565, 13:43) แพนเค้ก ยังไม่ตอบเรื่องฤกษ์แต่ง พี่หมี คบมา 10 ปี ต้องเรียนรู้ปรับตัว(20 ม.ค. 2565, 13:42) โควิดวันนี้ ติดเชื้อ 8,129 ราย เสียชีวิต 19 ศพ กทม. ยังที่ 1 ติดเชื้อพุ่งเกินพัน(20 ม.ค. 2565, 13:36) ตี๋ เอเอฟ ชี้แจงปมเลิกแฟนสาว หลังถูกมองฝ่ายหญิงนอกใจ (20 ม.ค. 2565, 13:33) "เดลตาครอน" ไม่มีอยู่จริง คาดปนเปื้อนในขั้นตอนวิเคราะห์สารพันธุกรรม(20 ม.ค. 2565, 13:31) "โค้ชเตี้ย" เผย 2 แข้งตัวรุกมีลุ้นลงช่วย "ชลบุรี" เปิดรังฟัด "ขอนแก่น"(20 ม.ค. 2565, 13:28) รถชน “ทรงยศ เทียนทอง” หลานป๋าเหนาะ ขณะข้ามถนนที่วัฒนานคร เสียชีวิต (20 ม.ค. 2565, 13:25) เปิดที่มาไอเดีย "ก๋วยเตี๋ยวเรือ 50 สตางค์" เจ้าของร้านหวังช่วยลูกค้าประหยัดเงิน (คลิป)(20 ม.ค. 2565, 13:25) เลื่อนแข่ง การท่าเรือ-สุพรรณบุรี ไทยลีก อาทิตย์นี้ ไม่ชนถ้วยเอเชีย(20 ม.ค. 2565, 13:15) สุดฮา ลูกค้าร้านซักผ้า แอบบ่นผัว บ่นเมีย ระบายความในใจบนบอร์ดติชม (20 ม.ค. 2565, 13:14) "บิ๊กป้อม" จ่อดันทะเลอันดามัน "ระนอง-พังงา-ภูเก็ต" ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก(20 ม.ค. 2565, 13:14) ฮาน่า ทัศนาวลัย ปัดเลือกข้าง หนิง ปมทะเลาะ เป้ย มีหวังเพื่อนจะคืนดีกัน(20 ม.ค. 2565, 13:07)
เมนูหลัก
link banner
ประวัติพระโอภาสพุทธิคุณ
การพัฒนา_2  
 

opat10

การพัฒนา(2)
ท่านเป็นนักการศึกษา มาตั้งแต่บวชครั้งแรก จะเห็นว่าตามประวัติของท่าน พอเริ่มบวช ก็เร่งศึกษาหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม เริ่มเป็นครูสอนคนมาตั้งแต่ยังเป็นพระหนุ่ม มีความรู้เพียงชั้นประศึกษาปีที่ ๓ และนักธรรมชั้นโท แต่สามารถสอนได้ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๕-๖ และ นักธรรมชั้นเอก ทั้งนี้เพราะว่าท่านศึกษาด้วยตนเอง สามารถเปิดสำนักเรียนนักธรรมและบาลี จนมีลูกศิษย์สอบได้หลายคนอาทิ เช่น สอบบาลีได้มี ท่านมหาแสน นันทวรรณ, ท่านมหาวิศิษฐ์ จิตรบุณย์, ท่านมหาพรหม ธรรมสรางกูร, สามเณรจันเพ็ญ วัฒนปรีดี ปธ.๓ ,ท่านมหาอินธรรม วัฒนปรีดี, ท่านมหาประสิทธิ์ ถิ่นจอม, ท่านมหาฟัก ศิริพันธ์และท่านมหาชวลิต แนวลาด เป็นต้นและมีผู้สอบนักธรรมได้อีกจำนวนมาก บางคนสามารถนำไปสมัครสอบเป็นข้าราชการครู ทหาร ตำรวจ ได้ก็หลายคน

สมัยนั้นไม่มีใครรู้หนังสือไทย ท่านก็นำความรู้ที่ไปศึกษามาสอนคนบ้านถิ่นให้รู้หนังสือเหมือนอย่างท่าน ใช้ศาลาที่พักคนต่างถิ่นที่มาค้าขายเป็นสถานที่สอนหนังสือ ต่อมาก็หาที่ดินเพิ่มเติม ขยายเขตโรงเรียน หากเจ้าของไม่ขายให้เพื่อเก็บไว้ทำนา ท่านก็จะหาซื้อที่ดินผืนที่ทำนาได้ดีกว่า ที่เจ้าของยินยอมขายให้มาแลกเปลี่ยนกัน ต่อมาท่านได้สร้างห้องสมุดขึ้นที่วัดถิ่นใน มีหนังสืออ่านมากมาย ทั้งทางโลกและทางธรรม ตอนนั้นมีนายอำเภอหนุ่มรูปหล่อ จากอำเภอร้องกวางชื่อ นายชลอ ธรรมศิริ มาเป็นประธานเปิดผ้าคุมป้าย ห้องสมุดวัดถิ่นใน

ในส่วนของสุสานบ้านถิ่นนั้น แต่เดิมใช้ป่าช้าปู่คง ( สระเก็บน้ำใต้อ่างเก็บน้ำฮ่องฮ่าง อยู่ หมู่ ๒ ) สมัยก่อนต้องหามศพไปป่าช้า ที่ไม่มีถนนต้องหามเดินลัดเลาะไปตามทุ่งนาของชาวบ้าน สัปเหร่อ ต้องหาม ๔ คน ระยะทางไกล ต้องมีคนสะพายดาบและถือแคร่ส่องนำทาง พอไปถึงป่าช้าก็ก่อกองไฟผู้ที่ไปร่วมงานทุกคนต้องข้ามกองไฟทั้งขาไปและขากลับ ทุกคนจะต้องเดินกลับบ้านโดยไม่เหลียวหลัง หลวงปู่ท่านเห็นว่าเป็นความลำบากของศรัทธาชาวบ้านด้วยการเดินทาง และศาลาที่พักทำพิธีกรรมก็ไม่มี ท่านจึงได้หาที่สร้างสุสานใหม่ โดยกำหนดให้การเดินทางไป-กลับสะดวก

ในที่สุดท่านก็ได้สถานที่ที่ต้องการอยู่ไม่ห่างจากบ้านเรือนราษฎรมากนัก ท่านจึงได้ขอซื้อที่นาจากพ่อรส ธรรมสรางกูร และพ่อผัน ธุรกิจ ที่นาโชคปู่เต๋ ติดกับฮ่องพระเฮียนเจิงซึ่งอยู่ติดทางล้อเกวียนไปนาไปไร่ของชาวบ้าน แล้วได้นำราษฎรสร้างศาลาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้น ๑ หลัง ด้วยการเกณฑ์หัวหมวดของวัดหมวดละ ๒ วันช่วยกันสร้าง หัวหมวดจึงเกิดขึ้นสมัยนั้น) พอสร้างเสร็จแล้ว พ่อผัน ธุรกิจ ก็ได้นำต้นโพธิ์ไปปลูกไว้(มีพระเณรช่วยกันแห่ต้นโพธิ์ไปด้วย) ซึ่งก็ปรากฏให้เห็นต้นตะหง่านในปัจจุบันนั่นเอง ต้นโพธิ์จึงมีมาพร้อมกับฌาปนสถานบ้านถิ่นในปัจจุบัน การนำศพไปป่าช้าจึงง่ายขึ้น เพราะใส่หีบศพบรรทุกล้อเกวียนไปได้ สมัยก่อนศพเด็กหรือคนที่ตายโหงไม่ทำการเผา ใช้วิธีฝังภายในบริเวณป่าช้านั่นเอง

สำหรับโรงเรียนถิ่นโอภาสวิทยานั้น เดิมที่ดินผืนนี้แห้งแล้ง ขาดน้ำทำนาไม่ได้ผล ท่านก็ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวจัดซื้อไว้บ้าง ทุนมูลนิธิของวัดถิ่นในบ้าง ขอบริจาคบ้าง ซื้อที่ดินที่อื่นแลกเปลี่ยนบ้างเพื่อสร้างโรงเรียน โดยในตอนแรกได้สร้างอาคารเรียนไม้สักทอง และศาลาประชาคมเป็นที่ประชุมชาวบ้าน ๑ หลัง บ้านพักปลัดอำเภอ และ พนักงานอนามัย ต่อมาท่านได้สร้างอาคารเรียนขึ้นมา ๑ หลังเป็นตึกชั้นเดียว อาศัยแรงงานชาวบ้านช่วยกันทำ ขณะนั้นมีคนคัดค้านท่านหลายคน หาว่าท่านไปสร้างไว้เป็นสถานที่มั่วสุม "ชนกว่าง" กันในเวลากลางคืนเท่านั้นแต่ท่านก็อธิบายว่า สถานที่แห่งนี้ติดกับถนนสายใหญ่เชื่อมระหว่างหลายหมู่บ้าน ต่อไปจะเป็นศูนย์กลางการศึกษาของเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานรุ่นเหลนของชาวบ้านแถบนี้