
การบาดเจ็บของ คอเนอร์ กางรดลี่ย์ ตัวบุกปีกขวาจอมบุก ทำให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง เพราะว่ามันดูเหมือนจะร้ายแรง แล้วก็การพักฟื้นบางทีอาจจำต้องใช้เวลาเป็นเวลานานกว่าที่คาดหมายเอาไว้ ซึ่งโน่นทำให้มีการเกิดปัญหาว่าเขาจะกลับมาอย่างเดิมไหม และก็อนาคตจะจบลงชนิดเดียวกันกับ จอน ฟลานาแกน สมัยก่อนดาวรุ่งพุ่งแรงของ "ลิเวอร์พูล"
ย้อนเรื่องในอดีตสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" ตอนกึ่งกลางต้นสมัย 2000 ฟลานาแกน เป็นเเข้งเยาวชนที่ฟอร์มพุ่งแรงอย่างยิ่ง จนกระทั่งถูกเรียกขึ้นสู่กลุ่มชุดใหญ่ ฟอร์มการเล่นของเขาเด่นถึงกับขนาดที่ ค้างฟู ตำนานตัวบุกปีกขวาชาวบราสิเลียน ชุดแชมป์เวิลด์ คัพ 2002 ชูให้เป็นผู้สืบสกุลลูกหนังของตนเองอย่างยิ่งจริงๆ พร้อมตั้งนามแฝงว่า "เรด ค้างฟู" อย่างยิ่งจริงๆ
แต่ ทางลูกหนังของเขาจะต้องมาสะดุดจากการบาดเจ็บอย่างหนักที่ศีรษะหัวเข่า แม้ว่าจะหายกลับมาแม้กระนั้นฟอร์มก็ไม่อย่างเดิม ในที่สุดโดนปล่อยตัวปล่อยใจออกไป ที่สำคัยการบาดเจ็บดังที่กล่าวมาข้างต้นยังคงเรื้อรัง และก็ตามทำร้ายเขากระทั่งสุดท้ายจำเป็นต้องตกลงใจห้อยสตั๊ดในวัย 29 ปีเพียงแค่นั้น
แล้ว กางรดลี่ย์ จะต้องเจอกับเคราะห์กรรมเดียวกับ ฟลานาแกน ไหม จำต้องมาทดลองพินิจพิจารณากัน
1. การบาดเจ็บของ กางรดลี่ย์
ฟูลแบ็กชาวไอร์แลนด์เหนือ ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะหัวเข่าอย่างหนักในช่วงท้ายเกมที่บุกเสมอ อาร์เซน่อล แบบไม่มีสกอร์ เมื่อม.ค.ปี 2026 โดยผลสแกนพบว่ามีความทรุดโทรมต่ออีกทั้งเอ็นแล้วก็กระดูก แม้ว่าจะไม่ใช่อาการเอ็นขัดหน้าฉีกให้ขาด หรือ "เอซีแอล" (ACL) แม้กระนั้นก็ร้ายแรงมากพอที่จะจะต้องเข้ารับการผ่าตัด รวมทั้งทำให้เขาจะต้องสิ้นสุดฤดู 2025/26 ไปโดยปริยาย
หากว่า หงส์แดง จะมิได้ประกาศกรอบเวลาการกลับมาลงสู่สนามอย่างเห็นได้ชัด แม้กระนั้นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญประเมินว่า การฟื้นฟูสภาพจากอาการบาดเจ็บที่เกี่ยวโยงกับเอ็นแล้วก็กระดูกในรูปแบบนี้ มักใช้เวลาราวๆ 4–6 เดือน หรือบางทีอาจเป็นเวลายาวนานกว่านั้น ซึ่งมีความหมายว่า กางรดลี่ย์บางครั้งก็อาจจะกลับมาลงในสนามได้เร็วที่สุดในตอนปรีฤดูกาลฤดู 2026/27
ช่วงนี้ กางรดลี่ย์ เข้ารับการผ่าตัดเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว แล้วก็เริ่มกรรมวิธีการฟื้นฟูร่างกาย ท่ามกลางความคาดหวังว่าเขาจะสามารถกลับมาลงเล่นได้อีกรอบ อย่างไรก็ดี ทางการฟื้นฟูสภาพจากการบาดเจ็บคราวนี้ยังคงเป็นแนวทางการที่นาน รวมทั้งเต็มไปด้วยความไม่เที่ยง
2. ความร้ายแรงมากยิ่งกว่าที่คาดหวัง
ในช่วงเวลานี้กระแสข่าวออกมาเป็นระลอกว่า กางรดลี่ย์ บางทีอาจยังไม่อาจจะกลับมาลงในสนามให้กับหงส์แดงได้จนกระทั่งปี 2027 เพราะว่าความย่ำแย่ที่เกิดขึ้นมาร้ายแรงกว่าที่เดากันเอาไว้จำนวนมาก
ในขั้นแรกภายหลังที่เขาเข้ารับการผ่าตัด การประมาณอาการบอกว่า ยังมีความน่าจะเป็นที่เขาจะกลับมาทันตอนปรีฤดูกาล แม้กระนั้น สมาคมเองก็ย้ำชัดว่ายังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาการกลับมาอย่างเป็นทางการ
ระหว่างที่ เบน ดินเนอปรี่ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์การบาดเจ็บ ได้มีความคิดเห็นผ่าน "แอนฟิลด์ อินเด็กซ์" (Anfield Index) ว่า ถ้าหาก กางรดลี่ย์ สามารถกลับมาลงไปในสนามได้ข้างในปีนี้ จะนับว่าเป็น "โบนัสก้อนใหญ่" สำหรับหงส์แดง แต่ว่าก็มีความน่าจะเป็นว่า ขั้นตอนการฟื้นบางทีอาจไม่จบสิ้นไปจนกระทั่งตอนต้นปี 2027
อย่างไรก็แล้วแต่ นี่เป็นการพินิจพิจารณาจากนักวิเคราะห์การบาดเจ็บ ไม่ใช่หมอผู้ที่ทำการดูแลรักษาโดยตรง แล้วก็มุมมองของเขาคงจะอ้างอิงจากข้อมูลสถิติของการบาดเจ็บลักษณะใกล้เคียงในสมัยก่อน มากยิ่งกว่าวิชาความรู้ทางด้านการแพทย์เฉพาะกรณีของกางรดลี่ย์
กระนั้นต้นสายปลายเหตุที่น่าเป็นกังวลเยอะที่สุดเป็น ความทรุดโทรมที่เกิดสังกัดกระดูก เนื่องจากว่าจำต้องใช้เวลาสำหรับในการฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแรง และก็ลักษณะการเจ็บหรือผลกระทบบางทีอาจใช้เวลานับเป็นเวลาหลายเดือนกว่าจะหายสนิท
เพราะฉะนั้นการฟื้นฟูสภาพของ กางรดลี่ย์ ยังขึ้นกับระดับความร้ายแรงของการบาดเจ็บเป็นหลัก ช่วงเวลาเดียวกันเรื่องราวเจ็บของเขาซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้งในตอนหลังๆคงจะทำให้สมาพันธ์ไม่รีบร้อนสำหรับในการส่งตัวกลับมาลงไปในสนาม
3. เปรียบเทียบกับ ฟลานาแกน
ฟลานาแกน เคยเป็นกองภายหลังอะคาเดมีของหงส์แดงที่มีอนาคตผ่องใส แต่ว่าทางการพัฒนาของเขาถูกกัดกันครั้งแล้วครั้งเล่า จากปัญหาการบาดเจ็บที่ศีรษะหัวเข่าอย่างเรื้อรัง รวมทั้งการเข้ารับการผ่าตัดหลายคราว
แม้ว่าจะมีขณะที่สามารถกลับมาลงเล่นกับกลุ่มชุดใหญ่ได้ แต่ว่าปัญหาที่ศีรษะหัวเข่ายังคงตามก่อกวนโดยตลอด จนกระทั่งในที่สุดเขาจำเป็นต้องตกลงใจห้อยสตั๊ดในวัยเพียงแต่ 29 ปี เนื่องด้วยการบาดเจ็บที่ไม่สามารถที่จะรักษาให้หายสนิทได้
กรณีนี้สะท้อนให้มองเห็นอย่างแจ่มแจ้งว่า การบาดเจ็บที่ศีรษะหัวเข่าแบบกำเนิดซ้ำ สามารถทำลายวิวัฒนาการระยะยาวของกองข้างหลังได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นที่มีไตล์การเล่นจำต้องพึ่งพาอาศัยความเร็ว, ความคล่องตัว แล้วก็ความแข็งแกร่งทางร่างกายเป็นหลัก
4. อนาคตของ กางรดลี่ย์ เสี่ยงจะซ้ำรอย ฟลานาแกน หรือเปล่า?
คำตอบในปัจจุบันนี้ก็คือ ยังไม่ถึงขนาดนั้น แม้กระนั้นก็มีการเสี่ยงอยู่ !!! เนื่องจากปัญหาเจ็บที่ศีรษะหัวเข่ามักมีผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นของนักฟุตบอลโดยตรง แล้วก็มีความน่าจะเป็นไปได้ที่จะกำเนิดปัญหาซ้ำรอบๆจุดเดิม
กระนั้น กางรดลี่ย์ ยังอยู่ในวัยชายหนุ่ม (พึ่งอายุ 22 ปี) ซึ่งแสดงว่า ร่างกายมีความสามารถสำหรับการฟื้นจากการบาดเจ็บร้ายแรงได้ดียิ่งไปกว่านักฟุตบอลที่แก่มากยิ่งกว่า
นอกเหนือจากนั้น ความเจริญของเวชศาสตร์การกีฬา กระบวนการฟื้นฟูร่างกาย แล้วก็การจัดการภาระหน้าที่การใช้แรงงานนักฟุตบอลในปัจจุบัน ได้ช่วยเพิ่มจังหวะการฟื้นฟูสภาพจากการบาดเจ็บที่ศีรษะหัวเข่า เมื่อเทียบกับสมัยที่ ฟลานาแกน จำต้องประสบปัญหากลุ่มนี้
5. ต้นสายปลายเหตุที่บางทีอาจนำมาซึ่งการก่อให้เกิดปัญหาระยะยาว
ความทรุดโทรมต่ออีกทั้งเอ็นและก็กระดูกบริเวณศีรษะหัวเข่า ยังคงเป็นการบาดเจ็บที่ร้ายแรง ซึ่งบางทีอาจมีผลต่อการรีบสปีด, ความคล่องตัว หรือก่อให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำ แม้กรรมวิธีฟื้นฟูมิได้รับการดูแลอย่างเหมาะควร
นอกเหนือจากนั้นปัญหาเจ็บดังที่กล่าวมาข้างต้น หากแม้ กางรดลี่ย์ จะหายเจ็บกกลับมา แม้กระนั้นฟอร์มการเล่นของเขาบางทีอาจไม่ดังเดิม ที่สำคัญภาวะจิตใจก็ไม่เข้มแข็งจนกระทั่งขึ้นไม่กล้าที่จะเข้าปะทะหนักๆเนื่องจากหวั่นหวาดว่าจะเจ็บซ้ำ ซึ่งโน่นจะก่อให้ ทางอาชีพของเขาก็บางทีอาจได้รับผลพวงในชนิดเดียวกับที่เกิดขึ้นอยู่กับ ฟลานาแกน
แต่ ในตอนนี้ยังเร็วเหลือเกินที่จะสรุปอย่างแจ่มแจ้งว่า อาชีพของ กางรดลี่ย์ จะลดน้อยลงราวกับกรณีของ ฟลานาแกน ไหม โดยเฉพาะเมื่อเขาพึ่งเริ่มไปสู่กรรมวิธีการฟื้นฟูร่างกาย แล้วก็ยังไม่มีสัญญาณใดชี้ว่าเขาเคยล้มเหลวสำหรับในการกลับมาจากการบาดเจ็บบ่อยครั้งมาก่อน
สนับสนุนโดยเว็บไซต์ Betufa
|